GIAC 2019

คำแนะนำสำหรับผู้ประสงค์ส่งบทความมานำเสนอในการประชุม GIAC 2019

  1. ผลงานที่นำเสนอจะต้องไม่ได้รับการเผยแพร่ในสิ่งพิมพ์อื่นใดมาก่อนและต้องไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ส่งบทความโดยตรง
  2. ต้นฉบับที่ส่งตีพิมพ์ต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น
  3. ต้นฉบับต้องผ่านการกลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการวิชาการของการประชุม GIAC 2019
  4. ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ใน proceedings ของการประชุมฯ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสมาคมประกันวินาศภัยไทย

การประชุม GIAC 2019 รับพิจารณาบทความวิชาการ และบทความวิจัย เพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการประกันวินาศภัยและความเสี่ยงภัย โดยการประชุมฯ จะนำเสนอบทความคุณภาพที่สามารถแสดงถึงประโยชน์ในเชิงทฤษฎีสำหรับนักวิจัยในการพัฒนาหรือสร้างองค์ความรู้ใหม่ และประโยชน์ในเชิงปฏิบัติที่นักปฏิบัติสามารถนำไปใช้ในการประกันวินาศภัย ดังนั้นบทความที่จะได้รับให้นำเสนอและตีพิมพ์ใน proceedings ของการประชุม จะต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง และจะต้องเป็นบทความที่แสดงให้เห็นถึงคุณภาพในทางวิชาการและประโยชน์ดังกล่าวข้างต้น

การประชุม GIAC 2019 ครอบคลุมเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการประกันวินาศภัยและการเสี่ยงภัยในด้านต่างๆ ดังนี้
• Loss reserving and capital adequacy
• Insurance pricing and optimization
• Natural hazards, disaster and catastrophe risk and pricing
• Risk management
• Reinsurance and risk transfer
• Risk theory
• Copulas: theory and applications
• InsurTech
• Future of insurance
• Others related to non-life insurance

บทความที่ได้รับการพิจารณาให้นำเสนอในการประชุมฯ จะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องโดยมีกระบวนการดังต่อไปนี้

  1. คณะกรรมการวิชาการจะแจ้งให้ผู้ส่งบทความทราบเมื่อได้รับบทคัดย่อของบทความ
  2. คณะกรรมการวิชาการจะตรวจสอบหัวข้อและเนื้อหาของบทคัดย่อถึงความเหมาะสมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการประชุมฯรวมถึงประโยชน์ในเชิงทฤษฎีและเชิงปฏิบัติ
  3. ในกรณีที่คณะกรรมการวิชาการพิจารณาเห็นควรรับบทความไว้พิจารณาเพื่อนำเสนอ คณะกรรมการวิชาการจะส่งบทความให้ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบคุณภาพของบทคัดย่อของบทความว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมที่จะนำเสนอหรือไม่ โดยในกระบวนการพิจารณากลั่นกรองนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่ทราบถึงข้อมูลของผู้ส่งบทความ (Double-Blind Process)
  4. เมื่อผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณากลั่นกรองบทคัดย่อของบทความแล้ว คณะกรรมการวิชาการจะตัดสินใจโดยอิงตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิว่าบทความนั้นๆ ควรนำเสนอในที่ประชุม หรือควรส่งกลับให้กับผู้ส่งบทความเพื่อแก้ไขก่อนพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง หรือปฏิเสธการขอนำเสนอ
  5. คณะกรรมการวิชาการจะแจ้งให้ผู้ส่งบทความทราบผลการตัดสิน
  6. ผู้ส่งบทความส่งบทความฉบับเต็มให้คณะกรรมการวิชาการตามเงื่อนเวลาที่กำหนด
  7. คณะกรรมการวิชาการจะส่งบทความฉบับเต็มให้ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบคุณภาพของบทความว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมที่จะนำเสนอหรือไม่ หรือควรส่งกลับให้กับผู้ส่งบทความเพื่อแก้ไขก่อนพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง หรือปฏิเสธการขอนำเสนอ โดยในกระบวนการพิจารณากลั่นกรองนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่ทราบถึงข้อมูลของผู้ส่งบทความ (Double-Blind Process)
  8. คณะกรรมการวิชาการจะแจ้งให้ผู้ส่งบทความทราบผลการตัดสินเป็นครั้งสุดท้าย
  1. ผู้เขียนบทความควรใช้ฟอนท์ Th Sarabun ขนาด 14 พอยน์ สำหรับบทความภาษาไทย และบทความภาษาอังกฤษ โดยบทความที่จะส่งไม่ควรมีความยาวเกิน 15 หน้า
  2. ชื่อของบทความควรจะมีความกระชับและได้ใจความชัดเจนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  3. บทความต้องระบุชื่อและสถานที่ทำงานหรือสถานศึกษา วุฒิการศึกษาขั้นสูงสุดและ/หรือตำแหน่งทางวิชาการ (ถ้ามี) รวมทั้งสถานที่ติดต่อ ของผู้เขียนบทความทุกคน ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษไว้ในส่วนที่แยกออกจากบทความ
  4. ผู้ส่งบทความจะต้องเขียนบทคัดย่อ (ความยาวไม่ควรเกิน 250 คำ) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยบทคัดย่อมีโครงสร้างกล่าวถึงจุดมุ่งหมาย วิธีการ ผลลัพธ์ และผลสรุปของการศึกษา
  5. ผู้ส่งบทความควรตรวจสอบความถูกต้องของการพิมพ์ต้นฉบับ เช่น ตัวสะกด วรรคตอน และความเหมาะสม ความสละสลวยของการใช้ภาษา เป็นต้น
  6. ผู้ส่งบทความจะต้องเขียนอ้างอิงเอกสารอื่นโดยจัดให้อยู่ในรูปแบบ APA Style (สามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/APA_style#Reference_list) และจะต้องตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของการอ้างอิง ในกรณีที่ผู้ส่งบทความต้องการอ้างอิงเอกสารภาษาไทย ควรใช้ชื่อตามด้วยปีที่ตีพิมพ์ในวารสาร เช่น (สุวาณี สุรเสียงสังข์, 2559) และ (สุวาณี สุรเสียงสังข์ และคณะ, 2559) ในกรณีที่ผู้แต่งมากกว่า 6 คนขึ้นไป สำหรับบทความที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษจะต้องเพิ่มการแปลรายการอ้างอิงเป็นภาษาอังกฤษสำหรับทุกรายการของเอกสารอ้างอิงที่เป็นภาษาไทย และเติมคำว่า “(in Thai)” ต่อท้าย โดยเพิ่มเข้าไปรวมกับเอกสารอ้างอิงที่เป็นภาษาอังกฤษพร้อมเรียงลำดับตามตัวอักษรภาษาอังกฤษด้วย
  7. ผู้ส่งบทความต้องกำหนดประเภทของบทความให้ชัดเจนว่าเป็นบทความวิชาการหรือบทความวิจัย องค์ประกอบของบทความทั้ง 2 ประเภทมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

บทความควรชี้ประเด็นที่ต้องการนำเสนอให้ชัดเจนและมีลำดับเนื้อหาที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ชัดเจน รวมถึงมีการใช้ทฤษฎีวิเคราะห์และเสนอแนะประเด็นอย่างสมบูรณ์

บทความควรนำเสนอการวิจัยและผลที่ได้รับอย่างเป็นระบบโดยบทความควรมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ (สามารถมีหัวข้อหรือองค์ประกอบที่แตกต่างได้)

  • บทนำ (Introduction) ที่ครอบคลุมความสำคัญและที่มาของปัญหาวิจัยพร้อมทั้งเสนอภาพรวมของบทความ
  • ทบทวนวรรณกรรม (Literature Review)
  • ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology) ที่สามารถอธิบายวิธีดำเนินการวิจัยรวมถึงการเก็บข้อมูลหรือเครื่องมือที่ใช้ในการทำวิจัยอย่างชัดเจน
  • ผลการศึกษา (Research Finding)
  • อภิปรายและสรุปผลการวิจัย (Discussion/Conclusion)
  • เอกสารอ้างอิง (References)

ผู้เขียนสามารถส่งบทความต้นฉบับผ่านระบบ Online Submission ที่เว็บไซต์ของการประชุม GIAC 2019 (https://giac2019.tgia.org) พร้อมแนบบทความต้นฉบับในรูปแบบไฟล์จัดเตรียมได้โดยใช้ทั้งโปรแกรม Microsoft Word และบันทึกอยู่ในรูปของไฟล์ต้นแบบนามสกุล .docx   .doc หรือ .pdf  ที่มีเนื้อหา ตาราง และภาพประกอบอยู่ในไฟล์เดียวกัน

งานวันดำเนินการหมายเหตุ

1. ประชาสัมพันธ์โครงการ

1 กันยายน 2561 

2. วันสุดท้ายของการส่งบทคัดย่อ (Abstract) หรือโครงร่างงานวิจัย (Proposal)  ผ่านระบบออนไลน์

30 พฤศจิกายน 2561ทยอยแจ้งผู้ผ่านการคัดเลือก เพื่อดำเนินการแก้ไข

3. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกนำเสนอผลงาน

15 มกราคม 2562

4. วันสุดท้ายของการส่งผลงาน (Full paper) ผ่านระบบออนไลน์

30 มกราคม 2562

5. วันสุดท้ายของการส่งผลงานฉบับสมบูรณ์ที่ผ่านการแก้ไข

27 กุมภาพันธ์ 2562 

6. วันสุดท้ายของการลงทะเบียน

28 กุมภาพันธ์ 2562 

7. จัดประชุมวิชาการ

11 มีนาคม 2562